หนี้ร่วมของสามีภริยา 2





 

หนี้ร่วมของสามีภริยา 2




ต่อจากฉบับที่แล้ว ซึ่งฉบับนี้จะเป็นเรื่องของหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาที่สามีภริยาจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ฉบับที่แล้วเราคงจะได้ทราบแล้วว่ามีอยู่ ๔ ลักษณะ วันนี้เราจะพูดถึงตัวอย่างคดีที่พิพาทกันว่าหนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวการอุปการะเลี้ยงดู ตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ  ลักษณะใดที่เป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส


ตัวอย่างคดีที่ฟ้องร้องและศาลได้วินิจฉัยว่าคู่สมรสฝ่ายใดที่ก่อหนี้เหล่านี้ขึ้นมาถือว่าเป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส

1. เงินกู้มาจ่ายค่าทนายที่สามีฟ้องเรียกสินสมรสกลับคืนมา

2. เงินที่ได้จากการตั้งวงแชร์ที่เอาไปต่อเติมบ้านสินสมรสที่อยู่กินด้วยกัน

3.  หนี้เงินกู้ที่นำมาไถ่ถอนจำนองบ้านและที่ดินซึ่งเป็นสินสมรส


คดีที่น่าสนใจ เช่น  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2734/2545 ผู้เป็นภริยานำเงินกู้ที่ได้มาไปใช้ในการซ่อมแซมบ้านป้า เพราะป้าดูแลผู้เป็นภริยามาตั้งแต่เล็ก รวมทั้งดูแลบุตรของผู้เป็นภริยาด้วย  การนำเงินกู้ไปซ่อมแซมบ้านของป้าก็เพื่อประโยชน์และความผาสุกของบุตรทั้งสามคนของผู้เป็นสามีภริยาคู่นี้  กรณีจึงเป็นหนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490(1)  จึงเป็นหนี้ร่วมที่ผู้เป็นสามีต้องร่วมรับผิดด้วย


คดีที่เกี่ยวกับหนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดู เช่น  คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1436/2493 ภริยาขอหย่าขาดจากสามี โดยมีหนี้อันเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดู เช่น หนี้ซื้อเชื่อสิ่งของและกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นกับการครองชีพของผู้เป็นภริยาและบุตร ซึ่งสามีมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ  และเมื่อภริยาเรียกร้องให้สามีชำระ สามีไม่ชำระให้ ทำให้ตกเป็นภาระแก่ภริยา ศาลจึงพิพากษาให้สามีมีหน้าที่รับผิดในหนี้ตามจำนวนที่ภริยาฟ้องมานั้นได้ 


หรือหนี้ที่ก่อขึ้นโดยทางอ้อมแต่ก่อให้เกิดผลที่นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว เช่นคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1898/2512  สามีกู้เงินมาลงทุนประกอบอาชีพขับรถยนต์รับจ้างเพื่อนำรายได้ไปใช้จ่ายในครอบครัว หรือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2725/2528  สามีกู้เงินจากธนาคารเพื่อนำเงินมาลงทุนประกอบการค้าขายยารักษาโรค  โดยผู้เป็นภริยาได้รู้เห็นยินยอมให้สามีประกอบอาชีพดังกล่าวเพื่อหารายได้มาใช้จ่ายในครอบครัวถือว่าเป็นการนำเงินมาใช้จ่ายเพื่ออุปการะเลี้ยงดูและเพื่อประโยชน์ร่วมกันเป็นหนี้ร่วมแต่ถ้าไม่ได้ก่อให้เกิดผลที่นำมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1605-1606/2537  ขณะที่สามีไปติดต่อขอสินเชื่อจากธนาคาร สามีได้แยกกันอยู่กับภริยา แต่สามีมิได้นำเงินสินเชื่อที่ได้รับจากธนาคารไปใช้อุปการะเลี้ยงดูภริยา หนี้ที่สามีเป็นหนี้ธนาคารจึงเป็นหนี้ที่สามีก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ของสามีฝ่ายเดียวไม่ใช่หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา เป็นต้น


ฉบับหน้าจะว่าด้วยหนี้ระหว่างสามีภริยาที่หากจะต้องรับผิดหรือไม่ต้องรับผิด   จะมีวิธีการชำระหนี้หรือจะต้องทำกันอย่างไร.


สุกัญญา รัตนนาคินทร์


    


ที่มา  :  www.dailynews.co.th

ข่าวอื่นๆในหมวด
หน้าที่ 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14
Copyright @ 2009 Rangsit University All rights reserved.